เฟสเขียว

เฟสเขียว Facebook Business Manager หรือ บัญชีเฟสบุ๊คธุรกิจ ช่วยทำให้ชีวิตวิธีการทำธุรกิจออนไลน์ของคุณง่ายดายมากยิ่งขึ้นเพียงแค่ปลายนิ้วคลิก แถมแนวทางสร้างยังทำเป็นกล้วยๆใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ทำความเข้าใจแนวทางไปพร้อมเพียงกันในคลิปข้างล่างนี้เลยจ้ะ รวมทั้งสำหรับผู้ใดกันที่ต้องการอ่านทวนวิธีการทำ ใต้คลิปขวัญทำสรุปไว้เป็นข้อๆให้อ่านเข้าใจง่ายๆด้วยนะคะ

ขวัญมั่นใจว่าในเหตุการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนจะทุกธุรกิจคงจะปรับแนวทางตลาดให้ธุรกิจของพวกเราเติบโตบนตลาดออนไลน์เยอะขึ้นเรื่อยๆ หลายธุรกิจเลือกใช้แนวทางเปิดเพจธุรกิจบน Facebook เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นสื่อที่มีหญิงรับใช้สูงที่สุดแล้วก็มีผลกระทบต่อผู้ซื้อเยอะที่สุดแล้วในเวลานี้ ยังคงใช้งานง่าย สบายต่อการปิดแนวทางการขาย ที่สำคัญเป็นมีฟังค์ชั่นให้พวกเราสามารถยิงโปรโมทไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างเที่ยงตรงอีกด้วยนะคะ

ซึ่งสำหรับการบริหารจัดแจงธุรกิจบนเฟสบุ๊ค ทางเฟสบุ๊คได้มีอุปกรณ์ที่เป็นตัวช่วยทำให้เจ้าของกิจการ นักการตลาด เซลล์ แอดไม่นเพจ ได้มีชีวิตกระบวนการทำธุรกิจออนไลน์ที่ง่ายและก็สบายขึ้น มันก็คือ เฟสบุ๊ค Business Manager หรือ ตัวจัดแจงธุรกิจบนเฟสบุ๊คนั่นเองจ้ะ

เพราะเหตุไรควรมีเฟสบุ๊ค Business Manager?

หลายท่านอาจมีปริศนาว่าแล้วบัญชีโปรโมทเฟสบุ๊คธุรกิจเป็นอย่างไร? แตกต่างจากบัญชีเฟสบุ๊คธรรมดายังไง? เพราะเหตุไรพวกเราถึงจะต้องสร้างบัญชีประชาสัมพันธ์เฟสบุ๊คธุรกิจให้ยุ่งยากด้วย? เพราะเหตุไรพวกเราถึงไม่จัดแจงหน้าเพจของพวกเราด้วยบัญชีเฟสบุ๊คส่วนตัว? ต้องการโพสต์อะไรก็กดโพสต์จากหน้าเพจเลยมิได้หรือ?

ขวัญสรุปเป็นข้อๆให้เข้าใจง่ายๆแบบงี้จ้ะ

ในระหว่างที่พวกเราเริ่มทำธุรกิจในเฟสบุ๊คด้วยการสร้างเฟสบุ๊คแฟนเพจขึ้นมา บัญชีที่พวกเราได้มาโดยทันทีเลยหมายถึง‘บัญชีธุรกิจ’ ก็คือแฟนเพจของพวกเราจ้ะ

เพียงพอพวกเรามีเพจแล้ว เฟสเขียว พวกเราต้องการจะโปรโมทเพจให้คนมากมายดไลค์เพจพวกเราไม่น้อยเลยทีเดียวหรือประชาสัมพันธ์โพสต์เพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ พวกเราก็จะต้องใช้บัญชีสำหรับในการโปรโมทโดยยิ่งไปกว่านั้น

ในช่วงเวลาที่พวกเราสร้างเพจ เว้นเสียแต่บัญชีแฟนเพจที่พวกเราได้มาแล้ว พวกเรายังได้บัญชีโปรโมทติดมาด้วยโดยทันทีก็คือ ‘บัญชีโปรโมทเฟสบุ๊คแบบส่วนตัว’

‘บัญชีประชาสัมพันธ์เฟสบุ๊คแบบส่วนตัว’ เอาไว้ใช้ยิงประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นของเพจคนไหนเพจมัน ใช้ยิงโปรโมทได้ตามธรรมดา แต่ว่ามีบางฟีพบร์ที่เป็นข้อกำหนด

‘Facebook Business Manager’เป็นตัวจัดแจงธุรกิจบนเฟสบุ๊ค เป็นคนละแบบกันกับ ‘บัญชีประชาสัมพันธ์เฟสบุ๊คแบบส่วนตัว’

ผู้ที่มีคู่รักเพจธุรกิจให้ดูแลเยอะมากๆ หลายๆเพจ อาทิเช่น มีเพจร้านค้าแล้วยังมีเพจสาขาอีก หรือเป็นเอเจนซี่ เป็นกลุ่มทำคอนเทนต์ หรือรับเป็นแอดไม่นดูแลเพจหลายๆเพจ คนกลุ่มนี้จำต้องใช้ ตัวจัดแจงธุรกิจบนเฟสบุ๊ค เพื่อเข้ามาช่วยทำให้การจัดการเพจต่างๆเป็นไปอย่างสะดวก ไม่รู้สึกสับสน

สำคัญที่สุดหมายถึงใน ‘Facebook Business Manager มีฟีพบร์สำคัญที่ ‘บัญชีโปรโมทเฟสบุ๊คแบบส่วนตัว’ ไม่มี โน่นเป็น การยิงโปรโมทแบบ Custom Audience รวมทั้ง Lookalike Audience

เฟสเขียว สำคัญยังไง เพราะเหตุใดจำต้องทำ SEO

เนื่องจากโดยส่วนมาก การเข้าชมเว็บชอบเริ่มมาจากการค้นหาผ่านแพลตฟอร์ม Search Engine ต่างๆ(ไม่ค่อยมีคนไหนกันเข้าเว็บโดยตรง) หากว่าตอนนี้ Social Media สามารถดึงคนไปสู่เว็บได้เช่นเดียวกัน แต่ว่า Search Engine ก็ยังเป็นหนทางหลักสำหรับเว็บ

ที่การเสิร์ชสำคัญอย่างยิ่งก็เพราะว่า อุปกรณ์ค้นหากลุ่มนี้สามารถมอบการเข้าถึงที่เฉพาะกรุ๊ป เฟสเขียว เข้าใจง่ายๆก็คือผู้ที่เข้าเว็บคุณจากการค้นหานั้น เขาต้องมีความพอใจที่จะค้นหาข้อมูลหรือซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการอยู่ก่อนแล้ว ถึงค้นหาคำต่างๆแล้วคลิกสู่เว็บของคุณได้ ไม่เหมือนกับวิธีการทำโปรโมทที่คนบางครั้งอาจจะเข้ามาเพียงแต่เพราะเหตุว่าพวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายที่พวกเราตั้งเอาไว้

แน่ๆว่าหากวัสดุค้นหากลุ่มนี้ ไม่สามารถที่จะค้นหาเว็บ หรือแม้กระทั้งเก็บข้อมูลหน้าเว็บไซต์ของคุณเข้า ฐานข้อมูลได้ รับประกันว่าคุณจำเป็นจะต้องเสียโอกาสดีๆสำหรับการที่คนทั่วทั้งโลกจะเข้าถึงเว็บของคุณรวมทั้งคงจะไม่ต้องถามหาวิธีการทำธุรกิจเลยว่าจะเป็นยังไง

เริ่มทำ SEO ตอนไหนจะดีเยี่ยมที่สุด

ช่วงเวลาดีๆที่สุดสำหรับในการทำ SEO ก็คือ… “ในช่วงเวลาที่คุณยังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง” หยุดก่อน ก่อนจะคานหามกราดว่าพวกเรากวน โปรดฟังเหตุผลสักหน่อย ที่กล่าวว่าไม่มีอะไรสักอย่างหมายคือ ให้ท่านเริ่มกรรมวิธีการกระบวนการทำ SEO ซะตั้งแต่ยังไม่มีเว็บหรือคิดแผนไว้ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งขึ้นธุรกิจเลยจะดีเยี่ยม

เหตุผลก็เนื่องจากว่าคุณจะได้จัดแจงสำหรับในการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อรองรับกับวิธีการทำ SEO เยอะที่สุดนั่นเอง เนื่องจากว่าโดยส่วนมากแล้ว ชอบมาทำ SEO กันในตอนที่พัฒนาเว็บไซต์เสร็จไปทั้งหมดทั้งปวงแล้ว ท้ายที่สุดก็คือจำต้องมานั่งปรับ แก้ หรือบางคราวหนักมากมายก็ถึงกับขั้นจำต้องพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ทั้งผองอย่างยิ่งจริงๆ โดยเหตุนี้ทำซะตั้งแต่ยังไม่มีอะไรโน่นล่ะ เป็นคำตอบที่ถูกที่สุดแล้ว

พร้อมที่จะเริ่มทำ SEO แล้ว จำเป็นต้องทำยังไงบ้าง

โดยส่วนมากบริษัทต่างๆเป็นจำนวนมากก็จะว่าจ้างเอเจนซี่การตลาดดูแลเรื่อง SEO ให้ปกติ แม้กระนั้นข้อความสำคัญที่พวกเราต้องการให้เจ้าของธุรกิจทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่างๆนั้น เพื่อได้ช่วยทำให้คุณดำเนินงานกับเหล่าเอเจนซี่ที่คุณจ้างได้ง่ายเพิ่มขึ้น ส่วนคนใดกันที่กำลังศึกษาเล่าเรียนแนวทางการทำ SEO หรือปรารถนาทำ SEO ด้วยตัวเองขั้นตอนพวกนี้เป็นสิ่งที่คุณจำต้องใช้ประโยชน์

1. ทำกลยุทธ์ตลาดสำหรับทำ SEO ทั้งหมดทั้งปวง

กระบวนการทำแนวทางตลาดล่วงหน้าจะช่วยทำให้คุณคุมงบประมาณได้ โดยขั้นตอนนี้คุณอาจควรต้องทำไปพร้อมๆกับกลุ่มเอเจนซี่ที่คุณจ้าง เพื่อพวกเขาเสนอหนทางและก็การใช้งบประมาณในส่วนต่างๆว่าจะลงเงินในส่วนของกระบวนการทำ SEO มากแค่ไหน

ส่วนของค่าสำหรับบริการมากแค่ไหน ช่วงเวลากี่เดือน แล้วจะต้องมีค่าใช้สอยอื่นๆเสริมไหม เฟสเขียว ซึ่งเรื่องกลุ่มนี้ถ้าหากคุณไม่คิดแผนล่วงหน้าอาจจะส่งผลให้งบประมาณแย่ลงกว่าเดิมได้รวมทั้งควรจะคุยกับผู้ที่คุณจ้างให้ชัดแจ้งถึงสิ่งที่คุณจะได้ อย่างเช่น จะมีรายงานผลของการทำ SEO ทุกๆเดือนไหม แปลง Keyword ได้จำนวนกี่ครั้ง คนใดกันแน่จะเป็นคนระบุ Keyword ฯลฯ

2.ค้นหา Keyword ที่อยากที่จะให้เว็บคุณติดอันดับหรือเอามาทำ SEO

ถ้าคุณเป็นธุรกิจใหม่ยังไม่มีข้อมูลอะไรก็ตามทั้งหมด สามารถเริ่มทำได้ด้วยการค้นหา Keyword เป็นขั้นแรก ซึ่งแม้ต้องการทดลองค้นหาด้วยตัวเองก็จะมีวัสดุช่วยค้นหาต่างๆดังต่อไปนี้ (ถ้าเกิดปรารถนาใช้งานอย่างเต็มสมรรถนะบางครั้งอาจจะจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบริการในบางแพลตฟอร์ม) สำคัญๆแล้ว Keyword ที่ Optimise จะต้องมี Search Volume หรือมีจำนวนการเสิร์จทุกๆเดือน และก็มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจของคุณ

  • Google Keyword Planner

เป็นอุปกรณ์ที่ Google วางแบบมาเพื่อคุณค้นหา Keyword อีกทั้งสามารถตรวจดูได้ถึงค่าต่างๆว่าแต่ว่าละคำนั้นมีคุณภาพเป็นยังไง เป้าประสงค์หลักของเครื่องไม้เครื่องมือนี้เป็นเอาไว้ช่วยทำให้คนทำ Google Ads สามารถคิดแผนโปรโมทของตนเจริญขึ้นแต่ว่าก็สามารถเอามาประยุกต์สำหรับงานทางด้าน SEO เพื่อมองสถิติของแต่ละ keyword ได้ด้วยเหมือนกัน

  • Uber Suggest

แนวทางการก็คือให้ท่านพิมพ์ Keyword ที่พอเพียงจะคิดเองได้ (จะต้องเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองทำ) เมื่อได้ Keyword มารวมทั้งทดลองดูที่ Search Volume ว่าคำไหนได้รับความนิยมบ้างแล้วจึงทดลองเลือกมาสัก 3-5 คำ ก่อนก็ได้ ต่อจากนั้นค่อยเอาคำพวกนั้นที่เลือกไปขอความเห็นกับคนทำ SEO เพื่อไปสู่กรรมวิธีการในขั้นตอนต่อไป

  • Ahrefs

อีกหนึ่งเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับพิจารณา Keyword ที่เอเจนซี่นิยมใช้กัน โดยความรู้ความเข้าใจของวัสดุนี้คุณสามารถตรวจตราได้ว่ามีเว็บไหนบ้างที่ลิงก์มาหาเว็บไซต์แผนการที่พวกเราตั้งอกตั้งใจจะส่งลิงก์ไปมั้ย ทำให้พวกเราสามารถมองเหตุการณ์ของคู่แข่งขันแล้วเอามาปรับกลอุบาย SEO ของพวกเราว่าควรจะทำ Backlink จากที่ไหนก่อนหลัง ทั้งยังสามารถวิเคราะห์ Backlink ของพวกเราและก็คู่ปรับได้ มองว่าอันไหนที่แตกต่างบ้างทำให้พวกเราไม่ต้องไปเสียเวล่ำเวลาสร้าง Backlink ซ้ำ

3.ปรับแก้เว็บ

หากว่าคุณยังไม่มีเว็บมาก่อน ก็นับว่าดีกว่าด้วยเหตุว่าสามารถสร้างเว็บให้สอดคล้องกับสิ่งที่ Google กำหนดไว้ในการทำ SEO ได้ตั้งแต่เริ่ม ไม่ต้องมาแก้กันให้วุ่นวาย แม้กระนั้นถ้าหากคุณมีเว็บเก่าอยู่แล้วและไม่ได้อัปเดตเลยตรงเวลานับเป็นเวลาหลายปี ถึงเวลาที่คุณควรต้องปรับเว็บให้ส่งเสริมแนวทางการทำ SEO แล้ว

สำหรับเว็บที่กำลังจะได้คะแนนจาก Google ควรเป็นหน้าเว็บไซต์ที่มี Content ที่ซ่อนเร้นไปด้วย Keyword ในตำแหน่งต่างๆกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกหน้าของเว็บ (ที่ตรงนี้ล่ะที่คุณจะได้นำ Keyword ที่หาในประเด็นก่อนหน้ามาใช้) เพราะว่าเว็บที่ SEO ขึ้นเร็วๆมีลักษณะที่แบบเดียวกันอย่างหนึ่งเป็น มีตัวหนังสือเยอะแยะ เฟสเขียว หรือที่เรียกว่า “Onsite” ตรงส่วนนี้บางทีอาจทำเพียงแค่ครั้งเดียวเลยก็ได้หากไม่มีการเปลี่ยน Keyword รวมทั้งสิ่งจำเป็นที่จำเป็นเป็น Link ที่จำเป็นต้องใส่ทั้งยังด้านในเว็บตนเอง (ลิงก์กันไปๆมาๆระหว่างหน้าต่างๆ) กับ Link ที่ติดไว้นอกเว็บแล้วชี้เป้ากลับเข้ามายังเว็บของตัวเอง (Backlink)

4. ส่งคอนเทนต์ไปสู่เว็บด้านนอก

กระบวนการนี้พวกเราจะเรียกว่า Outreach โดยองค์ประกอบของคอนเทนต์จำพวกนี้นอกเหนือจากการที่จะซ่อนเร้นคำ Keyword ไปในคอนเทนต์แล้วยังจะมีการแทรกลิงก์เพื่อทำเป็น Backlink ให้นักอ่านคอนเทนต์คลิกเข้ามาบนหน้าเว็บของพวกเรา

*เกร็ดความรู้: คนไม่ใช่น้อยบางทีอาจสงสัยว่าพวกเราจำเป็นจะต้องทำทั้งยัง Blog กับ Outreach Content เลยหรือเปล่า คำตอบเป็น “ควรจะทำ” ไม่เหมือนกันของสองจำพวกนี้เป็น Blog จะปฏิบัติหน้าที่บนเว็บของคุณ อาจมีการลิงก์ยังหน้าอื่นๆเพื่อมีการเชื่อมโยงอย่างมีคุณภาพในหน้าเว็บไซต์ ส่วน Outreach จะปฏิบัติหน้าที่เป็นคอนเทนต์ที่ถูกนำส่งไปยังเว็บต่างๆโดยจะมีการแทรก Backlink เข้าไปทุกๆContent ที่ถูกเขียนขึ้น เพื่อนักอ่านได้ลิงก์กลับเข้ามาในหน้าเว็บของพวกเรา เนื่องจาก Google เห็นว่า เว็บที่มีคุณภาพควรจะมีการเข้าถึงได้นานาประการวิถีทาง ยิ่งมีการลิงก์ถึงมากมายก็ทำให้คะแนนของหน้าเว็บไซต์นั้นๆของพวกเราสูงมากขึ้น

5. ตรวจทานพร้อมปรับแต่ง

วิธีการทำ SEO นั้นไม่ใช่ทำเสร็จแล้วปล่อยไปเลย เนื่องจากขั้นต่ำอาทิตย์ละ 1 ครั้งที่คุณจำเป็นจะต้องเข้ามามองการจัดลำดับของ Keyword ที่คุณได้ทำระบุเข้าไป รวมทั้ง Rank ของหน้าเว็บว่าในช่วงเวลานี้ Keyword คำไหนบ้างที่ติดหน้าแรก และหลังจากนั้นก็ค่อยมาจุดโฟกัสที่คำอื่นๆที่ยังไต่ลำดับขึ้นไปเรื่อยโดยทำ Outreach Content ส่งออกไปตามเว็บต่างๆ

แต่แม้ Keyword ของคุณกว้างเหลือเกิน แนวทางการทำ SEO บางครั้งก็อาจจะได้ผลช้าหรือเปล่าได้ผลเลยก็ได้ ฉะนั้นในบางคราวคุณอาจควรมีการปรับ แปลง Keyword บางคำใหม่ (แต่ว่าแปลงเป็นประจำก็ไม่เกิดผลดี เนื่องจากการเปลี่ยนใหม่ก็พอๆกับคุณเริ่มต้นใหม่)

เพราะเหตุใดคุณถึงจะต้องลงทุนกับแนวทางการทำ SEO

ทดลองคิดตามกล้วยๆว่าถ้าเกิดคุณเปิดธุรกิจทำหน้าร้านค้าสวยงามดูดี แต่ว่าไม่มีลูกค้าแวะเข้ามาเลยแม้กระทั้งผู้เดียว ธุรกิจของคุณจะไปรอดได้ยังไง? เช่นเดียวกันกับวิธีการทำหน้าเว็บที่แม้กระทั่งคุณทำเว็บไซต์ได้งาม ใช้ง่ายเท่าใด ข้อมูลผลิตภัณฑ์ บริการ พร้อม ระบบชั้นยอดเพียงใดหากปลอดคนเข้ามาก็มองไม่เห็นว่าจะมีสาระอะไรเกิดขึ้นกับธุรกิจ

แนวทางการทำ SEO จะเป็นเสมอเหมือนการโฆษณาให้กับหน้าเว็บให้คนทั่วๆไปได้ทราบจะว่ามีธุรกิจของคุณเกิดขึ้นบนโลก และก็แน่ๆว่ามันยังเพิ่มช่องทางสำหรับเพื่อการขายได้ โดยข้อมูลที่ได้มาจาก mr-seo.com กล่าวว่า กว่า 93% ของการตัดสินใจซื้อทั้งปวงมีสาเหตุจากการค้นหาบนโลกอินเตอร์เน็ตฉะนั้นการเตรียมหน้าร้านค้าออนไลน์หรือเว็บของคุณให้พร้อมก็เลยเป็นสิ่งที่ไม่สมควรละเลย

อะไรบ้างที่ถ้าเกิดคิดจะทำ SEO แล้ว ห้าม! โดยเด็ดขาด

ใช้คอนเทนต์เดียวกันบ่อยๆ

จริงอยู่ที่หน้าเว็บที่ดีควรมีคอนเทนต์ที่เป็นตัวหนังสือในแต่ละหน้า เฟสเขียว (โดยควรจะมีการคั่นคีย์เวิร์ดต่างๆลงไป) ในจำนวนที่ไม่น้อยกระทั่งเหลือเกิน แม้กระนั้นหลายหนที่คนทำเว็บหรือผู้ครอบครองเองบางทีก็อาจจะด้วยความไม่รู้ ใช้แนวทางก็อปปี้เอาคอนเทนต์ในหน้านึง ไปใส่อีกหน้าแล้วก็ใช้คอนเทนต์นั้นบ่อยๆในหลายคราบนหน้าเว็บ

ต่อนี้ไปแทนที่จะมีผลดีเนื่องจากว่ารู้สึกว่า “โอเค! เว็บของพวกเรามีคอนเทนต์ที่พอเพียงแล้ว Google คงจะถูกใจ” แต่ว่าไม่เลยวิธีการทำ SEO ด้วยแนวทางแบบนี้จะยิ่งทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อละดับการ Rank ของคุณเสียด้วยซ้ำ เพราะว่าจะมีผลโดยตรงในเรื่องของประสิทธิภาพรายละเอียดของเว็บ (คอนเทนต์ที่ดีควรจะมีอันเดียว ไม่สมควรถูกใช้งานบ่อยๆ)

เขียนๆไปอย่างงั้น ไม่สนใจว่ารายละเอียดจะเป็นเยี่ยงไร

บางบุคคลมีความคิดว่า SEO เป็นการมีคอนเทนต์เยอะมากๆยิ่งมากยิ่งดีบนเว็บก็เลยอัดซะสุดกำลัง ใส่คอนเทนต์แถมยัดคีย์เวิร์ดเข้าไปโดยไม่พิจารณาว่านักอ่านจะได้ประโยชน์ไหม (ใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดี) คิดแม้กระนั้น Google จะถูกใจ

แม้กระนั้นไม่เลยเพราะว่าสิ่งที่จะกำเนิดตามมาเมื่อหน้าเว็บของคุณมีแม้กระนั้นรายละเอียดที่อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่น่าอ่าน ผู้ที่เข้ามาในเว็บก็จะออกไปในช่วงเวลาอันสั้น กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดเป็น Bounce Rate หรืออัตยี่ห้อการคืนกลับที่สูงขึ้น แน่ๆว่านั่นจะมีผลให้การปีนลำดับ Ranking บน Google ของคุณห่วยลง

ทำ Backlink มากมาย โดยไม่สนใจประสิทธิภาพ

ทำ Backlink มากไม่ใช่เรื่องไม่ถูก แต่ว่าไม่ถูกที่ประสิทธิภาพของ Link ที่คุณได้กลับมามากยิ่งกว่า จริงอยู่ในขั้นแรกที่คุณทำลำดับ Rank เว็บของคุณอาจดียิ่งขึ้นอย่างเร็ว แม้กระนั้นแนวทางการทำ SEO ไม่ใช่แค่ทำวัน สองวันแล้วจบแม้กระนั้นต้องมีการเพิ่มคุณภาพ (Optimise) อยู่เสมอเวลา

พอๆกับว่าในระยะยาวการที่คุณทำ Backlink ด้วยประสิทธิภาพที่ต่ำจำนวนไม่ใช่น้อยย่อมไม่เกิดผลดี ร้ายยิ่งกว่านั้นบางทีอาจถูก Google คิดว่าเป็น Spam และก็บางทีอาจถูกลงโทษจากทาง Google ได้ ด้วยเหตุนั้นท่องไว้เสมอว่า แนวทางการทำ Backlink ประสิทธิภาพย่อมสำคัญกว่าจำนวนเสมอ

ใส่ Internal Link ไปหน้าเว็บที่ไม่เกี่ยวข้อง

แนวทางการทำ SEO ที่ดีเป็นการมี Link เข้า-ออก ในจำนวนที่สมควร ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นแนวทางการทำ Internal Link สำหรับนำให้คนคลิกเพื่อเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมอีกจากบทความต้นฉบับ ที่มาของข้อมูล อื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าสิ่งที่คุณควรระวังเป็นอย่าใส่ Link ซึ่งมีรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าเว็บของคุณเด็ดขาดเนื่องจากว่าจะมีผลต่อประสิทธิภาพเว็บรวมทั้งลำดับการ Rank บน Google ของคุณด้วยเหมือนกัน

ตำแหน่งโปรโมท กับ Pop Up มากมายจนถึงเกินเหตุ

ลองนึกถึงว่า ถ้าเกิดคุณกำลังอ่านรายละเอียดคอนเทนต์ที่คุณกำลังมีความสนใจอยู่แล้วจู่ๆก็มี Pop Up บ้าง ประชาสัมพันธ์บ้าง เฟสเขียว กระดอนขึ้นมาขั้นสอดแทรกการอ่านของคุณ แน่ๆว่าอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายแล้วก็บางทีก็อาจจะกดออกมาจากเว็บนั้นไปเลยก็ได้

เช่นกันคุณคงจะไม่อยากที่จะให้ผู้เข้าชมเว็บของคุณรู้สึกอย่างงั้น ด้วยเหตุนี้ถ้าหากอยากได้หาเงินจากการมีตำแหน่งประชาสัมพันธ์ (GDN) หรือโปรโมทแบบอย่างอื่นๆบนหน้าเว็บ ดูหนังออนไลน์ 2021 พากย์ไทย ควรให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์วางตำแหน่งที่สมควร โดยไม่สมควรให้โปรโมทพวกนั้นขึ้นมาสอดแทรกการอ่านคอนเทนต์มากเกินความจำเป็นบางทีก็อาจจะวางเป็น Side Bar ข้างๆ หรือถ้าเกิดขั้นระหว่างคอนเทนต์จริงๆก็ควรจะมีระยะที่ปลดปล่อยให้คนอ่านได้อ่านสักระยะและหลังจากนั้นก็ค่อยขึ้นประชาสัมพันธ์กั้น

ส่วน Pop Up ก็ไม่สมควรให้กระดอนขึ้นมาอยู่เสมอเวลา บางครั้งก็อาจจะกระเด้งเฉพาะตอนที่เข้ามาหน้านั้นๆก็พอเพียงแล้วเนื่องจากว่าแนวทางการทำ SEO ที่มีคุณภาพที่สุดเป็นการดูแลรักษาให้ผู้ที่ผ่านเข้ามาบนหน้าเว็บของคุณได้ใช้เวลาอยู่บนนั้นให้นานที่สุด